ข่าวประชาสัมพันธ์

การประชุมวิชาการสัตวศาสตร์แห่งชาติ ครั้งที่ 8 

ภาควิชาสัตวศาสตร์คณะทรัพยากรธรรมชาติมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ร่วมกับภาคีเครือข่ายสัตวบาล-สัตวศาสตร์แห่งประเทศไทย

และสมาคมสัตวบาลแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะจัดประชุมวิชาการสัตวศาสตร์ครั้งที่ 8

และการประชุมภาคีเครือข่ายแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 11 ระหว่างวันที่ 12-15 มิถุนายน 2562 ณโรงแรมดวงจิตต์ รีสอร์ท แอนด์สปา ภูเก็ต

 

ขอเชิญสมาชิกสมาคมสัตวบาลแห่งประเทศไทยฯ ประชุมใหญ่สามัญประจำปี ๒๕๖๐

สมาคมสัตวบาลแห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับ ภาควิชาสัตวบาล คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และกรมปศุสัตว์ จะจัดเสวนาพิเศษ เรื่อง “หยุดปฏิชีวนะ : สัตวบาล จัดการได้” พร้อมกันนี้ได้จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2560 

 

ด้วย บริษัท วีเอ็นยู เอ็กซิบิชั่นส์ เอเชีย แปซิฟิค จํากัด กําหนดจัดงาน “ประชุมวิชาการทางเทคนิคชั้นสูงสําหรับ อุตสาหกรรมสุกร, สัตว์ปีก และโคนม หรือ PPDFA 2018” ระหว่างวันที่ 21 – 23 มีนาคม 2561 ณ โรงแรมสวิสโซเทล เลอ คองคอร์ด กรุงเทพฯ งานประชุมวิชาการทางเทคนิคชั้นสูงนี้เป็นงานสัมมนาภาษาอังกฤษทั้งหมด และใช้เวลาประชุม 3 วัน โดยมีการเชิญวิทยากรและผู้เชี่ยวชาญของแต่ละอุตสาหกรรมมากกว่า 90 รายจากทั่วโลก ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในสาขาการ จัดการ, โภชนาการ, สัตวแพทย์ และการผสมพันธุ์สัตว์ มาร่วมให้ข้อมูลความรู้ งานวิจัย ที่เป็นประโยชน์แก่ผู้ที่ทํางานใน อุตสาหกรรมปศุสัตว์

โดยมีอัตราค่าลงทะเบียนดังนี้ Pig Focus Asia หรือ Poultry Focus Asia 2018 (3 วัน) ท่านละ 22,750 บาท Dairy Focus Asia (2 วัน) ท่านละ 16,000 บาท ทั้งนี้รวมถึงช่วง Coffee Break อาหารกลางวันตลอดการประชุม และเอกสารการประชุมทั้งหมด รวมถึงผู้ที่เป็นสัตวแพทย์ไทยยังสามารถรับคะแนน CE Credit ได้จากงานประชุมครั้งนี้ด้วย

สําหรับผู้สนใจสามารถลงทะเบียนได้ทาง https://ppdfa2018.com/

 

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

กรมปศุสัตว์เตือนเกษตรกรเฝ้าระวังโรคสัตว์ปีก แนะนำดูแลสุขภาพสัตว์ปีกอย่างใกล้ชิด และเตรียมรับมืออากาศที่เปลี่ยนแปลง หนาวเย็น-สลับฝนตก-มีลมแรงในหลายพื้นที่ ส่งผลให้สัตว์ปีกอ่อนแอและอาจเจ็บป่วยได้

นายสัตวแพทย์อภัย สุทธิสังข์ อธิบดีกรมปศุสัตว์

นายสัตวแพทย์อภัย สุทธิสังข์ อธิบดีกรมปศุสัตว์เปิดเผยว่า จากพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2561 โดยคาดหมายลักษณะอากาศ ในช่วงวันที่ 15-18 ม.ค. 61 ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิสูงขึ้น 3-5 องศาเซลเซียสจากสัปดาห์ที่ผ่านมาที่อากาศหนาวเย็นเฉียบพลัน แต่ยังคงมีอากาศหนาวเย็นและมีลมแรงในบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนในช่วงวันที่ 19-20 ม.ค. 61 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง ภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองตลอดช่วง

สภาพอากาศที่แปรปรวนดังกล่าว ส่งผลให้สัตว์ปีกมีความเครียดและอ่อนแอ เสี่ยงต่อการเกิดโรคได้ กอปรกับรายงานขององค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ (World Organization for Animal Health หรือ OIE) เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2560 ที่ผ่านมา พบการระบาดของโรคไข้หวัดนก สายพันธุ์ H5N1 ในสัตว์ปีกเลี้ยงหลังบ้านที่ประเทศกัมพูชา กรมปศุสัตว์จึงขอให้พี่น้องเกษตรกรเฝ้าระวังดูแลสุขภาพสัตว์ปีกในระยะนี้อย่างใกล้ชิด

“เกษตรกรต้องจัดเตรียมโรงเรือนให้สัตว์ปีกอยู่อาศัย ที่สามารถป้องกัน ลม ฝนได้ อาจเพิ่มอุปกรณ์สร้างความอบอุ่นให้กับร่างกายสัตว์ เช่น หลอดไฟกก หรือผ้าม่านกันลม เสริมวัสดุปูรอง ตลอดจนจัดเตรียมอาหารและน้ำสะอาดให้เพียงพอ และทำการฉีดวัคซีนป้องกันโรค เสริมวิตามินและแร่ธาตุตามที่สัตวแพทย์แนะนำ เพื่อให้สัตว์มีร่างกายแข็งแรง” อธิบดีกรมปศุสัตว์ แนะนำ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รถเข้าฟาร์มไก่  ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รถเข้าฟาร์มไก่

ด้าน นายสัตวแพทย์จีระศักดิ์ พิพัฒนพงศ์โสภณ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ทุกพื้นที่เร่งค้นหาโรคระบาดในสัตว์ปีก โดยการเคาะประตูบ้านเข้าตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกรายย่อย พร้อมสุ่มเก็บตัวอย่างส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ และดำเนินการพ่นยาฆ่าเชื้อตามพื้นที่เสี่ยง เช่น ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ปีกรายย่อย พื้นที่ตามแนวชายแดน และพื้นที่นกอพยพ เป็นต้น อีกทั้งกำชับให้ตรวจสอบการลักลอบการเคลื่อนย้ายสัตว์ปีกเข้า-ออก ตามแนวชายแดน ตั้งจุดพ่นยาฆ่าเชื้อในบริเวณด่านกักสัตว์ที่จุดผ่านแดน และเข้มงวดการเคลื่อนย้ายสัตว์และซากสัตว์ปีกที่ต้องมีใบอนุญาตในการเคลื่อนย้ายทุกครั้ง

ทั้งนี้ กรมปศุสตว์ขอความร่วมมือจากเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีก หากผู้ใดพบเห็นการลักลอบ หรือพบสัตว์ปีกป่วย-ตายผิดปกติโดยไม่ทราบสาเหตุ สามารถแจ้งอาสาปศุสัตว์ ปศุสัตว์อำเภอ ปศุสัตว์จังหวัด ได้ทันที หรือแจ้งผ่านสายด่วนกรมปศุสัตว์ โทร.096-301-1946 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์เข้าดำเนินการอย่างเร่งด่วน ที่สำคัญห้ามนำสัตว์ปีกดังกล่าวไปประกอบอาหาร หรือทิ้งซากสัตว์ลงในแหล่งน้ำธรรมชาติอย่างเด็ดขาด โดยต้องทำลายซากอย่างถูกต้องด้วยการฝังหรือเผา ตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ซึ่งจะเป็นการควบคุมป้องกันโรคมิให้แพร่ระบาดได้อย่างทันท่วงที

 

 

สมาคมสัตวบาลแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ร่วมกับ

คณะกรรมการจัดประชุมทางวิชาการ ครั้งที่ 56 ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สาขาสัตว์

         

ผู้สื่อข่าว onbnews รายงานว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นเจ้าภาพจัดงาน “ตลาดคลองผดุงกรุงเกษม: ตลาดเกษตรเกรดพรีเมี่ยม” โดยมี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานฯ พร้อมด้วย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางเรณู ตังคจิวางกูร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง และนางสาวดุจเดือน ศศะนาวิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมพิธีเปิด โดยตลาดเกษตรเกรดพรีเมี่ยมจะเป็นแหล่งจำหน่ายสินค้าเกษตรคุณภาพ (Quality Agricuture Products) ทางเลือกใหม่ให้กับผู้บริโภคที่ต้องการสินค้าเกษตรที่มีการคัดสรรมาอย่างพิเศษ เพิ่มช่องทางการตลาดและรายได้ให้แก่เกษตรกร ผู้ประกอบการ ที่ผลิตสินค้าเกษตร สินค้าอุปโภคบริโภคที่ได้คุณภาพมาตรฐาน ณ ตลาดคลองผดุงกรุงเกษม ข้างทำเนียบรัฐบาล

                พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ตลาดคลองผดุงกรุงเกษม: ตลาดเกษตรเกรดพรีเมี่ยม” ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นเจ้าภาพ ได้นำสินค้าด้านการเกษตรทั้งผักสด ผลไม้ สินค้าแปรรูปคุณภาพ ได้มาตรฐาน และยังมีการจัดแสดงผลงานนวัตกรรมด้านการเกษตร โดยมีเป้าหมายที่จะผลักดันให้เป็นตลาดชุมชนสำหรับเกษตรกร ผู้ประกอบการรายย่อย ได้มีแหล่งจำหน่ายสินค้า ตามนโยบายขับเคลื่อนการจัดตั้งและขยายผลตลาดนัดชุมชน 4.0 ตลาดประชารัฐของนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา)

                ด้าน พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดงาน“ตลาดคลองผดุงกรุงเกษม: ตลาดเกษตรเกรดพรีเมี่ยม” ได้กำหนดธีมงานในแต่ละสัปดาห์ ดังนี้ สัปดาห์ที่ 1 “เกษตรตามรอยเท้าพ่อ” เชื่อมโยงหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  สัปดาห์ที่ 2 “จากรากหญ้าสู่เกษตร-ดิจิทัล” การเชื่อมโยงส่งเสริมและพัฒนานวัตกรรมตลาดสินค้าเกษตรออนไลน์  สัปดาห์ที่ 3 “เกษตรรุ่นใหม่ ไทยแลนด์ 4.0” เชื่อมโยงงานพัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง Smart Farmer และ Young Smart Farmer โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็น 9 โซน ประกอบด้วย 1.โซน Young Smart Farmer และแปลงใหญ่  2.โซน GAP และ Organic  3.โซน Q Food Court  4.โซนผู้ประกอบการ 4.0  5.โซน Show Case  6.โซนนวัตกรรม  7.โซนไม้ดอกไม้ประดับและเครือข่าย 8.โซนหม่อนไหม แปลงใหญ่ และ 9.โซนข้าวและผลิตภัณฑ์ข้าวครบวงจร รวมทั้งมีพื้นที่จำหน่ายสินค้า 150 บูท มีร้านค้าร่วมจำหน่ายสินค้าราว 300 ร้านค้า หมุนเวียนตลอดทั้ง 3 สัปดาห์

                สำหรับสินค้าที่จัดจำหน่ายในตลาดเกษตรเกรดพรีเมี่ยมครั้งนี้ จะมีความหลากหลายและโดดเด่นจากกลุ่มเกษตรกรทั่วประเทศ อาทิ ผลิตภัณฑ์นมจากสหกรณ์โคนมในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ส้มโอทับทิมสยาม GI จ.นครศรีธรรมราช ส้มสายน้ำผึ้งมาตรฐาน GAP ที่ปลูกในพื้นที่อุดมไปด้วยน้ำแร่ธรรมชาติ อ.ฝาง ผลิตภัณฑ์เห็ดโคน-เห็ดเผาะในน้ำเกลือ ไข่มดแดงกระป๋อง ทุเรียนหลงลับแล ตลอดจนสินค้าเกษตรนวัตกรรมต่างๆ  เช่น ปลาเค็มอบโอโซน ซึ่งใช้เทคโนโลยีการบรรจุด้วยระบบสุญญากาศ น้ำมันรำข้าวเพื่อสุขภาพ มะนาวผง เครื่องสำอางทั้งสบู่ ครีม เซรั่มจากข้าวทับทิมชุมแพ หัวหอมใหญ่ และมังคุด มาร์กหน้าจากใยไหม  นอกจากนั้น   จะได้พบกับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์วางจำหน่ายในงานนี้เป็นครั้งแรก เช่น ข้าว กข 43 จากกรมการข้าว ซึ่งเป็นข้าวที่มีผลการวิจัยล่าสุดพบว่าดีต่อสุขภาพ มีน้ำตาลต่ำเหมาะกับผู้บริโภคที่ต้องการควบคุมน้ำตาลและผู้ป่วยเบาหวาน  ปลาซิวสมพงษ์ ปลาสวยงามที่สูญพันธุ์ไปจากไทยแล้วกว่า 30 ปี และไทยประสบความสำเร็จในการเพาะพันธุ์ขึ้นมาได้อีกครั้ง รวมทั้งสินค้าที่ระลึกที่เกี่ยวข้องกับปลากัดซึ่งเป็นปลาประจำชาติ เช่น แสตมป์ แก้วน้ำ ผ้าพันคอ ที่ออกแบบจากดีไซน์เนอร์มืออาชีพ ถุงผ้า ฯลฯ

                นอกจากการจำหน่ายสินค้าแล้วยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจทุกวัน ได้แก่ การเสวนาเศรษฐกิจพอเพียง ให้ความรู้เกี่ยวกับโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมีฯ และพูดคุยเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจด้านการเกษตร กิจกรรมอบรม สัมมนาเชิงสร้างสรรค์ เกี่ยวกับการเกษตรแบบ GAP และ Organic พร้อมสาธิตวิธีการได้รับมาตรฐานจากผู้เชี่ยวชาญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  การสาธิตระบบนวัตกรรมตลาดสินค้าเกษตร: ผู้ซื้อพบผู้ขายออนไลน์ การสาธิตการทำการเกษตรสร้างอาชีพจากเกษตรกร ตั้งแต่เริ่มต้นการเตรียมวัสดุอุปกรณ์จนถึงลงมือปฏิบัติ เพื่อนำไปประกอบอาชีพหรือสร้างรายได้เสริม กิจกรรมการแสดงดนตรีและบรรเลงเพลง รวมถึงการแสดงศิลปวัฒนธรรมสร้างความบันเทิงให้กับผู้เข้าร่วมงาน ที่สำคัญยังมีการนำสินค้าจากผู้ประกอบการที่มาจำหน่ายภายในงานจัดโปรโมชั่นราคาพิเศษ และจัดพื้นที่สำหรับสินค้าจากร้านประชารัฐ จำหน่ายในราคาประหยัดอีกด้วย

                ทั้งนี้ เชิญชวนพี่น้องประชาชนมาเที่ยว ชม ชิม ช้อป สินค้าเกษตรคุณภาพ ในงาน “ตลาดคลองผดุงกรุงเกษม : ตลาดเกษตรเกรดพรีเมี่ยม” เพื่อเป็นการสนับสนุนเศรษฐกิจในระดับฐานราก ระหว่างวันที่ 6-26 พฤศจิกายน 2560 ตั้งแต่เวลา 09.00-19.00 น. ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ ณ ตลาดคลองผดุงกรุงเกษม ข้างทำเนียบรัฐบาล

 

ที่มา : http://www.onbnews.com/post/4870 

 

การดูแลสุขภาพสัตว์ในช่วงฤดูหนาว

 

  • จัดเตรียมน้ำสะอาด ยา เวชภัณฑ์ พืชอาหารสัตว์ วิตามิน เกลือแร่ ให้เพียงพอต่อความต้องการของสัตว์เลี้ยง
  • ปรับปรุงโรงเรือนให้อยู่ในสภาพดีสามารถป้องกันลมหนาวได้ และจัดหาวัสดุให้ความอบอุ่นแก่สัตว์เลี้ยง เนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงจะส่งผลให้สัตว์ป่วยได้ง่าย 
  • นำสัตว์ไปรับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคระบาดที่สำคัญล่วงหน้าตามระยะเวลา
  • หมั่นสังเกตุอาการและสุขภาพสัตว์เป็นประจำ หากพบว่าสัตว์เลี้ยงมีอาการป่วย ผิดปกติให้รีบติดต่อหน่วยงานปศุสัตว์ใกล้บ้านท่านทันที

 

       ที่มา : http://www.dld.go.th/ 

              : กรมปศุสัตว์

 

นายสัตวแพทย์อภัย  สุทธิสังข์  อธิบดีกรมปศุสัตว์ ห่วงใยประชาชนผู้เลี้ยงสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นสุนัข แมว กระต่าย นก หนู และอื่นๆ ในช่วงที่ฝนตกชุก บางพื้นที่มีน้ำท่วมขัง สัตว์เลี้ยงไม่สามารถออกไปอยู่ในพื้นที่อื่นๆ ได้ ดังนั้นประชาชนผู้เลี้ยงสัตว์เลี้ยง จึงควรปฏิบัติดังนี้  

  • เพิ่มความระมัดระวังการถูกสัตว์กัดหรือข่วน หากถูกสัตว์กัด ข่วน ต้องล้างแผลด้วยสบู่และน้ำสะอาด ใส่ยาเบทาดีน และรีบไปพบแพทย์ กรณีที่แพทย์ให้วัคซีนต้องไปรับให้ครบและตรงตามกําหนดนัด
  • ทุกครั้งหลังสัมผัสสัตว์ควรล้างมือด้วยสบู่และน้ำ
  • คอกสัตว์หรือเพิงพัก อุปกรณ์ที่ใช้กับสัตว์เลี้ยง ควรทําความสะอาด ด้วยผงซักฟอกตามด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อเป็นประจํา พร้อม ทั้งสวมถุงมือหรือถุงพลาสติกกันน้ำทุกครั้ง โดยต้องปฏิบัติตามคำแนะนําของฉลากอย่างระมัดระวัง
  • ทั้งคนและสัตว์ ควรลดการสัมผัสกับสัตว์ภายนอกบ้าน
  • เศษอาหารและอุจจาระของคนและของสัตว์เลี้ยง ต้องเก็บทิ้งให้เป็นที่อย่าปล่อยทิ้งให้เป็นแหล่งของแมลงวัน หนู หรือสัตว์อื่นๆ ซึ่งอาจนําเชื้อโรคเข้ามาสู่คนและสัตว์เลี้ยงได้
  • หากมีปัญหาเกี่ยวกับสัตว์ สัตว์ป่วย สัตว์ใหญ่ตายหรือสัตว์ตายจํานวนมาก ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอในพื้นที่มาดําเนินการ
  • หากเป็นไปได้ควรแยกพื้นที่เลี้ยงสัตว์จากพื้นที่อยู่อาศัย หรือทำที่กั้นแยกชนิดสัตว์ไม่ให้ประปนกัน
  • ไม่นําสัตว์ที่ป่วยตายมารับประทานเพราะอาจทําให้เชื้อแพร่กระจายและเจ็บป่วยได้

        สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่ สำนักงานปศุสัตว์อำเภอ ปศุสัตว์จังหวัด ในพื้นที่

        ด้วยความปรารถนาดีจากกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

 

 

ที่มา:  สำนักควบคุม ป้องกัน และบำบัดโรคสัตว์ กรมปศุสัตว์ 

เผยแพร่และประชาสัมพันธ์ : นุช สาสะกุล นักวิชาการเผยแพร่ชำนาญการ กรมปศุสัตว์

สมาคมสัตวบาลแห่งประเทศไทยฯ สยามบรมราชกุมารี จะจัดงานประชุมสัมมนาวิชาการปศุสัตว์ ครั้งที่ 15 ในวันพุธที่ 9 สิงหาคม 2560 เวลา08.00 – 13.30 น. ณ โรงแรมเอเชีย                         (BTS ราชเทวี )กรุงเทพฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักสัตวบาล/สัตวศาสตร์ เกษตรกรผู้เลี้ยงปศุสัตว์ ตลอดจนผู้ประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการผลิตปศุสัตว์ทั้งภาครัฐ และเอกชน